กรณีศึกษา

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. กรณีศึกษา
  4. /
  5. การต่อสู้คดีหนี้บัตรเครดิตขาดอายุความ: ชนะคดีในภูเก็ต
คดีหนี้และการคุ้มครองผู้บริโภค

การต่อสู้คดีหนี้บัตรเครดิตขาดอายุความ: ชนะคดีในภูเก็ต

เผยแพร่เมื่อ 2026-01-07

ภูมิหลังของคดี

ลูกความได้เข้ามาปรึกษาดิฉัน หลังจากถูกสถาบันการเงินแห่งหนึ่งฟ้องร้องเรียกชำระหนี้สินเชื่อ ซึ่งในคดีที่ฟ้องนั้นได้รวมเอาหนี้จากบัตรเครดิตและหนี้จากบัตรกดเงินสดเข้าไว้ด้วยกันอย่างไม่แยกส่วนกันค่ะ ประเด็นสำคัญคือ โจทย์ไม่ได้แยกประเภทหนี้ทั้งสองออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้ยากที่จะพิจารณาว่าหนี้ส่วนใดบ้างที่อาจขาดอายุความตามกฎหมายไทยแล้ว ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้ลูกความของเรามีความเสี่ยงที่จะต้องรับผิดชอบในหนี้ที่ไม่สามารถบังคับใช้ตามกฎหมายได้เลยนะคะ

การดำเนินการ

จากการพิจารณาคดี ทีมทนายความของดิฉันพบว่าหนี้แต่ละประเภทมีอายุความที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปหนี้บัตรเครดิตจะมีอายุความ 2 ปี ส่วนหนี้จากบัตรกดเงินสดมีอายุความถึง 10 ปีเลยค่ะ การที่โจทย์ฟ้องรวมกันเช่นนี้ทำให้ความแตกต่างที่สำคัญนี้ถูกบดบังไป ดิฉันจึงวางแผนกลยุทธ์ในการจัดทำคำให้การเพื่อต่อสู้คดี โดยเน้นย้ำถึงความไม่ชัดเจนของคำฟ้อง และขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทย์แยกประเภทหนี้และนำเสนอรายละเอียดที่ชัดเจนต่อศาลค่ะ ดิฉันได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่โจทย์จะต้องแสดงการแยกยอดหนี้อย่างชัดเจน โดยแยกส่วนหนี้บัตรเครดิตที่ขาดอายุความออกจากหนี้บัตรกดเงินสดที่ยังไม่ขาดอายุความค่ะ

บทสรุป

หลังจากที่ดิฉันได้ยื่นคำให้การและโจทย์ได้นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมต่อศาลตามคำสั่ง ผลปรากฏว่ากลยุทธ์ของดิฉันประสบความสำเร็จอย่างงดงามค่ะ ศาลได้รับฟังเหตุผลและวินิจฉัยว่าหนี้บัตรเครดิตส่วนที่ฟ้องร้องนั้นขาดอายุความไปแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องหนี้ส่วนนี้ค่ะ ลูกความของดิฉันจึงถูกสั่งให้ชำระเฉพาะยอดหนี้ที่เกิดจากบัตรกดเงินสดเท่านั้น ซึ่งช่วยลดภาระทางการเงินโดยรวมของท่านลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์นี้ช่วยคุ้มครองลูกความจากการต้องชำระหนี้ที่ไม่สามารถบังคับใช้ตามกฎหมายได้ และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนกลยุทธ์ทางกฎหมายที่แม่นยำในการดำเนินคดีหนี้ค่ะ